ไม่ไว้หน้า‘ไบเดน’!! บริษัทเทคต่างชาติแห่ร่วมงานนิทรรศการแสดงสินค้าที่เซี่ยงไฮ้

บริษัทอเมริกันกว่า 200 แห่ง ซึ่งรวมทั้งกิจการด้านเซมิคอนดักเตอร์ชั้นแนวหน้าด้วย ท้าทายนโยบาย “หย่าร้างตัดขาด” จากจีนของคณะผู้บริหารโจ ไบเดน ด้วยการนำสินค้าของพวกเขาไปร่วมแสดงใน งานนิทรรศการ ครั้งใหญ่ของแดนมังกร

บริษัทเทคต่างชาติทั้งหลาย ไล่ตั้งแต่ เอเอ็มดี (AMD) ไปจนถึง ไซส์ (Zeiss) พากันนำสินค้าของพวกตนมาจัดแสดงที่ศูนย์นิทรรศการแล้วก็การประชุมแห่งชาติ (National Exhibition and Convention Center) ในมหานครเซี่ยงไฮ้ ช่วงต้นพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมุ่งโปรโมตส่งเสริมธุรกิจในจีนซึ่งต่อสู้ได้มาด้วยความลำบากของพวกเขา ขณะที่นักการเมืองบางคนบางฝ่ายเที่ยวหาทางที่จะทำลาย

นิทรรศการสินค้าระหว่างประเทศที่นำเข้าสู่จีน (China International Import Exhibition หรือ CIIE) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ซึ่งเป็นครั้งที่ 5 แล้ว มีขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 10 พ.ย.ที่ผ่านมา แล้วก็ปรากฏว่ามีผู้ไปร่วมแสดงผลิตภัณฑ์หลายร้อยรายจากประเทศ ดินแดน แล้วก็องค์การระหว่างประเทศ รวม 145 แห่ง

ในจำนวนนี้ก็รวมถึงบริษัทอเมริกันเกือบๆ 200 แห่ง ทั้งนี้จากการเปิดเผยของ เคร็ก แอลเลน (Craig Allen) ประธานสภาธุรกิจสหรัฐฯ-จีน (US-China Business Council) บริษัทอเมริกันเหล่านี้ หลายๆ รายเป็นพวกบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น เอเอ็มดี, อินเทล (Intel), เคแอลเอ (KLA), แลม รีเสิร์ช (Lam Research), เทกซัส อินสตรูเมนต์ส (Texas Instruments), และ ควอลคอมม์ (Qualcomm)

China International Import Exhibition

ในระหว่าง งานนิทรรศการ เทกซัส อินสตรูเมนต์ส

ประกาศแผนการที่จะเพิ่มศักยภาพในด้านการประกอบชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์แล้วก็การทดสอบผลิตภัณฑ์ของตนในจีน ขึ้นไปเป็นกว่า 2 เท่าตัว รวมทั้งจะอัปเกรดพวกสิ่งปลูกสร้างทางด้านโลจิสติกส์ในแดนมังกรของบริษัทอีกด้วย ขณะที่ตัวนิทรรศการของ เทกซัส อินสตรูเมนต์ส ในงาน CIIE คราวนี้ มีทั้งพวกเทคโนโลยีแอนะล็อก และเทคโนโลยีประมวลผลที่แฝงฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งใช้อยู่ในด้านพลังงานหมุนเวียน, ยานยนต์ไฟฟ้า, และหุ่นยนต์

พวกบริษัทเทคชั้นแนวหน้าจากประเทศอื่นๆ ก็มาจัดนิทรรศการอย่างโดดเด่น โดยมีทั้ง แคนนอน (Canon), เอปสัน (Epson), โอลิมปัส (Olympus), พานาโซนิก (Panasonic), แล้วก็ เรเนซัส (Renesas) จากประเทศญี่ปุ่น ซัมซุง จากประเทศเกาหลีใต้ แล้วก็ เอเอสเอ็มแอล (ASML), โนเกีย, ซีเมนส์ (Siemens), แล้วก็ ไซส์ จากยุโรป

ทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ มีมาจากทั้ง โตโยต้า, ฮอนด้า, นิสสัน, ยามาฮา มอเตอร์, ฮุนได, ออดี้, เมอร์ซิเดส-เบนซ์, แล้วก็ จีเอ็ม ซึ่งนำเอา รถยนต์คาดิลแลคที่เป็นรถไฟฟ้ามาโชว์ ส่วน ออมรอน (Omron) ผู้ชำนาญการพิเศษเรื่องระบบอัตโนมัติในโรงงาน เสนอ หุ่นยนต์ที่สามารถเล่นปิงปองได้ของบริษัท

แมกซิมิเลียน เฟิร์สต์ (Maximilian Foerst) ซีอีโอของ ไซส์ บริษัทเลนซ์แล้วก็ออปโตอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังจากเยอรมนี บอกกับสื่อมวลชนว่า “เราคาดเอาไว้แล้วถึงการที่จีนจะมีการปรากฏตัวในระดับโลกที่แข็งแกร่ง เพราะอุปสงค์และแนวโน้มต่างๆ ของเศรษฐกิจจีนและสังคมจีน ซึ่งก็เหมาะเจาะสอดคล้องเข้ากับสมรรถนะต่างๆ ของบริษทของเรา”

เขาเรียก จีน ว่าเป็น “บ้านแห่งที่สองของ ไซส์” นิทรรศการของบริษัทในงานนี้มีทั้งเรื่องเทคโนโลยีทางด้านเลนส์และสายตา, ออปโตอิเล็กทรอนิกส์, เทคโนโลยีด้านการแพทย์, อุตสาหกรรม, และเซมิคอนดักเตอร์

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ไซส์ ประกาศเป้าหมายที่จะสร้างสถานที่ดำเนินงานวิจัยและพัฒนา ตลอดจนโรงงานผลิตแห่งใหม่ขึ้นมาในอุทยานอุตสาหกรรมซูโจว ทางภาคตะวันออกของจีน ขณะที่ธุรกิจของ ไซส์ ในจีนนั้น รวมไปถึงการร่วมพัฒนาระบบอิมเมจจิ้งสำหรับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายยักษ์สัญชาติจีนอย่าง วีโว่

ฮิเดกิ โอซาวะ (Hideki Ozawa) ประธานของบริษัท แคนนอน (จีน) พูดว่า แวดวงต่างๆ ที่เป็นธุรกิจเกี่ยวข้องกับ (เทคโนโลยี มิกซ์ เรียลลิตี้) ของ แคนนอน ในจีน กำลังขยายตัวออกไปอย่างสม่ำเสมอ สามารถที่จะบอกได้ว่ามันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ B2B (Business-to-Business) แล้วก็ B2C (Business-to-Consumer) เท่านั้น แต่ยังกำลังขยายตัวไปในทุกๆ ด้านเลย

“ทั้งผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการเป็นจำนวนมากที่เราพัฒนาขึ้นมาในญี่ปุ่น เวลานี้กำลังขยายตัวไปได้อย่างต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นๆ เรื่อยๆ สู่ประเทศจีน ทำให้มัน “กลายเป็นจีน” ขึ้นมา ทำการพัฒนาต่อไปอีก และทำให้บรรลุผลลัพธ์ในตลาดจีน”

แคนนอนยังจัดส่งพวกอุปกรณ์เครื่องพิมพ์ lithography ให้แก่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แล้วก็อุตสาหกรรมจอแสดงผลแบบจอแบนของจีนอีกด้วย ทั้งนี้ หน้าจอ LCD กว่าครึ่งหนึ่งของโลก ผลิตขึ้นในประเทศจีน ที่เหลือซึ่งก็รวมทั้งพวกจอแสดงผล OLED ที่สลับซับซ้อนกว่า ผลิตในประเทศเกาหลีใต้, ประเทศญี่ปุ่น, แล้วก็ไต้หวัน สื่อในจีนรายงานว่า บริษัท แคนนอน ออปติคอล อินดัสเตรียล อีควิปเมนต์ (เซี่ยงไฮ้) (Canon Optical Industrial Equipment (Shanghai) กำลังว่าจ้างวิศวกรเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองอุปสงค์ในเครื่องจักรอุปกรณ์ lithography ของบริษัที่กำลังเพิ่มสูง

CIIE

นี่ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา

แล้วก็หน่วยงานอื่นๆ ซึ่งกำลังขับดันนโยบายของวอชิงตัน ให้มีการ “การหย่าร้างแยกขาด” (decoupling) จากจีน ต้องการที่จะได้ยินอย่างแน่นอน

สำหรับพวกที่ปรารถนาจะหยุดยั้งไม่ให้จีนมีการเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีต่อไปตามเส้นทางของพวกเขาด้วยแล้ว นี่คือข้อมูลที่ฟังดูเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก กล่าวตือ งาน CIIE ปีนี้มีเขตพื้นที่แสดงนิทรรศการพิเศษทางด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Special Exhibition Zone) โดยที่ผู้เข้าร่วมแสดงนิทรรสการ มีทั้ง ไมโครซอฟท์, เมตา (เฟสบุ๊ก), อินเทล, แล้วก็บริษัทอื่นๆ จำนวนมาก โดยมีการโชว์พวกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ คลาวด์ คอมพิวติ้ง (cloud computing), อัลกอริธมิก โมเดลลิ่ง (algorithmic modeling), และการบริหารจัดการข้อมูล

นอกจากนั้น อินวิเดีย (NVIDIA) ซึ่งตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ในแคลิฟอร์เนีย ยังนำเอา กราฟฟิกส์ โปรเซสเซอร์ (graphics processor) ขนาดเล็กลงมา ที่ใช้ชื่อว่า A800 ซึ่งมุ่งให้ใช้กับพวกแอปพลิเคชั่นปัญญาประดิษฐ์ในตลาดจีนเป็นการเฉพาะ มาแสดงในงานนี้ ตามคำแถลงของบริษัท ระบุว่า โปรเซสเซอร์ตัวนี้ “สามารถผ่านการทดสอบของรัฐบาลสหรัฐฯในเรื่องการควบคุมเพื่อลดการส่งออก และไม่สามารถที่จะโปรแกรมเพื่อขยายความสามารถของมัน”

ทัศนคติเชิงบวกของพวกบริษัทต่างชาติที่มีต่ออนาคตด้านเทคของจีนเช่นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องเป็นดนตรีไพเราะเสนาะหูสำหรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในคำปราศรัยกล่าวเปิด งานนิทรรศการ 2022 นี้ของเขา ซึ่งใช้ชื่อหัวข้อว่า “ทำงานด้วยกันเพื่ออนาคตอันสดใสของการเปิดกว้างและความเจริญรุ่งเรือง” (Working Together for a Bright Future of Openness and Prosperity)

สี กล่าวว่า “การเปิดกว้างคือพลังขับดันระดับกุญแจสำคัญอย่างหนึ่ง ที่อยู่เบื้องหลังความก้าวหน้าของอารยธรรมต่างๆ ของมนุษย์ และเป็นเส้นทางอันแท้จริงในการมุ่งสู่ความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาของโลก …

“จีนจะทำงานกับทุกๆ ประเทศ และทุกๆ ฝ่ายในการแบ่งปันโอกาสต่างๆ ในตลาดที่ใหญ่โตกว้างขวางของตน เราจะเพิ่มความพยายามในการบ่มเพาะตลาดภายในประเทศที่มีความแข็งแรง, ยกระดับการค้าสินค้า, พัฒนากลไกใหม่ๆ สำหรับการค้าบริการ, และนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น เราจะจัดตั้งเขตพื้นที่นำร่องสำหรับความร่วมมือกันในเรื่องพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เส้นทางสายไหม (Silk Road e-commerce) และสร้างเขตพื้นที่สาธิตระดับชาติขึ้นมาสำหรับการพัฒนาการค้าบริการที่มีนวัตกรรม เพื่อที่จะกระตุ้นส่งเสริมนวัตกรรมในการค้า และส่งเสริมสนับสนุนความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่มีคุณภาพสูง”

พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เส้นทางสายไหม แล้วก็ความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่มีคุณภาพสูงกับประเทศต่างๆ เกือบๆ 150 ประเทศ –นี่ก็เช่นเดียวกัน เป็นเรื่องที่คณะบริหารไบเดนไม่ต้องการจะได้ยินหรอก

ผู้นำจีนกล่าวต่อไปว่า: “เราจะมีปฏิสัมพันธ์อย่างเต็มที่และอย่างลึกซึ้ง กับการเจรจาต่างๆ เพื่อการปฏิรูป WTO (World Trade Organization องค์การการค้าโลก), ส่งเสริมสนับสนุนการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกให้แก่การค้าและการลงทุน, และเพิ่มพูนการร่วมมือประสานงานด้านนโยบายเศรษฐกิจมหภาคระดับระหว่างประเทศ ด้วยทัศนะที่ต้องการเข้าร่วมการบ่มเพาะพลังขับดันใหม่ๆ เพื่อการเติบโตขยายตัวของทั่วโลก เราจะใช้ความพยายามอย่างกระตือรือร้นเพื่อเข้าร่วมใน ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกที่ครอบคลุมและก้าวหน้า (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership หรือ CPTPP) และ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy Partnership Agreement หรือ DEPA) เพื่อขยายเครือข่ายที่มุ่งขยายตัวไปทั่วโลกของบรรดาเขตการค้าเสรีมาตรฐานสูง”

หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในนโยบายเศรษฐกิจจนถึงระดับรากฐานแล้ว

ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จีนจะได้รับการยอมรับให้เข้าร่วม CPTPP ถึงแม้ว่าเป็นสหรัฐฯต่างหากซึ่งปฏิเสธไม่เข้าร่วมความตกลงเขตการค้าเสรีแห่งนี้ ไม่ใช่จีน ขณะที่ทิศทางอนาคตของ DEPA นั้นยังไม่มีความชัดเจน ความตกลงนี้ก่อตั้งขึ้นโดย ประเทศชิลี, นิวซีแลนด์, แล้วก็ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 2020 โดยที่ ประเทศเกาหลีใต้ แล้วก็ จีน ขอเข้าร่วมตั้งแต่ปีที่แล้ว

สี ไม่ได้พูดถึง ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership หรือ RCEP) ซึ่ง จีน เป็นชาติสมาชิกผู้ก่อตั้งรายหนึ่ง แต่เขาย่อมต้องนึกถึงอยู่แล้ว RCEP ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2022 เป็นต้นมา มีจุดมุ่งหมายที่จะลดทอนการจัดเก็บภาษีศุลกากรระหว่างชาติสมาชิกอย่างเป็นกอบเป็นกำ และทำให้กฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุนมีความเรียบง่ายมากขึ้น

ในบทความชิ้นหนึ่งซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่โดย สถาบันกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan Institute of International Affairs) ในเดือนสิงหาคม 2022 ที่ผ่านมา คาซูชิ ชิมิสุ (Kazushi Shimizu) ศาสตราจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยคิวชู (Kyushu University) เขียนเอาไว้ดังนี้:

“RCEP จะให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวงแก่เอเชียตะวันออก ผลประโยชน์ประการแรกเลยของ RCEP คือการกระตุ้นส่งเสริมการค้าสินค้าและการค้าบริการ ตลอดจนการลงทุนทั่วทั้งเอเชียตะวันออก ดังนั้นจึงสร้างคุณูปการให้แก่การพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของภูมิภาคนี้ ประการที่สอง ความตกลงนี้จะสร้างคุณูปการให้แก่การจัดทำกฎระเบียบใหม่ๆ และมีความละเอียดซับซ้อนยิ่งขึ้น ประการที่สาม ความตกลงนี้จะอำนวยความสะดวกให้แก่การก่อตั้งเครือข่ายการผลิต หรือห่วงโซ่อุปทานในเอเชียตะวันออก ประการที่สี่ RCEP จะช่วยลดช่วงห่างทางเศรษฐกิจระหว่างพวกประเทศที่ก้าวหน้ากับพวกประเทศกำลังพัฒนาภายในภูมิภาคนี้”

ในขณะนี้ RCEP มีผู้ร่วมลงนามรวม 15 ราย ซึ่งก็คือถึงพวกประเทศประชาธิปไตยในเอเชีย-แปซิฟิกทั้งหมด สหรัฐฯไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าเป็นสมาชิกได้ แต่กระทั่งถ้าหากว่ามีคุณสมบัติ คณะบริหารชุดปัจจุบันของ ไบเดน ก็คงจะไม่ลงนามในความตกลงที่จะเปิดตลาดอย่างกว้างขวางให้แก่จีนและพวกผู้ส่งออกเอเชียรายอื่นๆ

ทั้งหมดเหล่านี้ช่างตรงกันข้ามกับเรื่องเล่ามุ่งต่อต้านจีนที่พูดกันแพร่หลายอยู่ในวอชิงตัน เรื่องเล่าเหล่านี้มองการรับตำแหน่งเป็นวาระที่สามของ สี แล้วก็การใช้มาตรการควบคุมจำกัด “โควิดต้องเป็นศูนย์” อย่างต่อเนื่องต่อไป ว่าเป็นสัญญาณของการหันไปมุ่งสนใจแต่กับภายใน แล้วก็ถอยห่างออกจากการปฏิรูปทางเศรษฐกิจที่มุ่งเปิดตลาดให้กว้างยิ่งขึ้น ถ้าหากว่า CIIE เป็นสิ่งที่สามารถให้ข้อมูลข่าวสารอะไรได้แล้ว มันก็บ่งบอกให้เห็นว่า แนวโน้มในโลกแห่งความเป็นจริง กำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม

ชาร์ลส์ มิเชล (Charles Michel) ประธานของคณะมนตรียุโรป (European Council ที่ประชุมของบรรดาผู้นำรัฐและผู้นำรัฐบาลของชาติสมาชิกสหภาพยุโรป) พยายามที่จะสร้างความเสียหายให้แก่บรรยากาศของ งานนิทรรศการ 2565 แสดงสินค้าคราวนี้ ด้วยวิดีโออัดเตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งมีเนื้อหามุ่งเรียกร้องให้ลดทอนการที่ต้องพึ่งพาการค้ากับจีน “มากเกินไป” เวลาเดียวกันก็วิพากษ์วิจารณ์จุดยืนของปักกิ่งในเรื่องสงครามในยูเครน

ตามรายงานของสื่อหลายราย มิเชล ต้องการที่จะพูดว่า “จีนมีบทบาทที่จะต้องใช้อิทธิพลของตนเพื่อหยุดยั้งสงครามที่ป่าเถื่อนโหดร้ายของรัสเซีย … โดยผ่านสิ่งที่คุณเรียกขานว่า เป็นความเป็นหุ้นส่วนกับรัสเซียชนิด “ไม่มีขีดจำกัด” คุณ ประเทศจีน สามารถช่วยทำให้เรื่องนี้ยุติลงได้”

อย่างไรก็ตาม วิดีโอของเขาถูกตัดทิ้งไปจากการดำเนินกิจกรรมของนิทรรศการครั้งนี้ โดยพวกนักการทูตบอกกับสื่อว่า ฝ่ายจีนต้องการที่จะเซนเซอร์คำปราศรัยนี้ แต่มีรายงานว่าทางอียูเลือกที่จะไม่นำมันออกมาเผยแพร่