July 7, 2022

ไม่พลาดทุกช็อตสำคัญของการแข่งขัน ดูบอลออนไลน์ติดตามตารางบอลพรุ่งนี้ ดูบอลผ่านเน็ตไม่มีกระตุก

เกาะติดข่าวของกีฬาฟุตบอลจากทั่วทุกมุมโลก ที่น่าสนใจได้ที่นี่ พร้อมลุ้นผลบอลไทยลีกทุกคู่กับการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีกออนไลน์

โชต้าซัดเบิ้ลลิเวอร์พูลเปิดรังเข่นเลสเตอร์

“โชต้า”ซัดเบิ้ล! ลิเวอร์พูล เปิดรังเข่น เลสเตอร์ 2-0 พรีเมียร์ลีก

ดิโอโก้ โชต้า เหมาผู้เดียว 2 ประตูพา ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ หายห่วง 2-0 รั้งอันดับที่ 2 ของตารางอย่างแน่นแฟ้นตามหลัง แมนฯ ซิตี้ ในตำแหน่งผู้นำฝูงที่ 9 คะแนน

โชต้าซัดเบิ้ลลิเวอร์พูลเปิดรังเข่นเลสเตอร์1

เกมตกเป็นของ หงส์แดง ตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม ผู้ร่วมทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เป็นฝ่ายครอบครองบอลบุกเข้าใส่อย่างสม่ำเสมอช่วงเวลาที่ จิ้งจอกสีน้ำเงิน ตั้งรับลึกรอคอยจังหวะฉาบฉวยสวนกลับเร็ว

ความเพียรพยายามของ เร้ดแมชีน มาสำเร็จในนาทีที่ 34 เมื่อลูกเตะมุมของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โค้งไปเข้าหัวของ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ สลัดหนีตัวประกบทะยานกระแทกเหน่งๆติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิล ก่อนที่จะ โชต้า จะตามซ้ำในระยะเผาขนเป็นประตูขึ้นนำ 1-0

เจ้าถิ่น ได้ประตูย้ำชัยในนาทีที่ 87 จากการเคลีบร์บอลในแนวรับไม่ขาดของ เดอะฟ็อกซ์ บอลย้อนกลับไปเข้าทาง โจเอล มาติป ที่บริเวณหัวกะโหลกก่อนถวายพานให้ โชต้า ยิงเหน่งๆผ่านมือ ชไมเคิล ไปซุกที่ก้นประตู

โชต้าซัดเบิ้ลลิเวอร์พูลเปิดรังเข่นเลสเตอร์2

จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เก็บสามแต้ม มีเพิ่มเป็น 51 คะแนน ไล่ตามแมนฯ ซิตี้ กลุ่มผู้นำฝูง อยู่ 9 คะแนน แต่ว่ายังแข่งน้อยกว่าอยู่ 1 เกม

โชต้าซัดเบิ้ลลิเวอร์พูลเปิดรังเข่นเลสเตอร์3

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
ลิเวอร์พูล : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ฟาบินโญ่, เคอร์ติส โจนส์ (ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ น. 60) – ดีโอโก้ โชต้า โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (โมฮาเหม็ด ซาลาห์ น. 60) , หลุยส์ ดิอาซ (ทาคุมิ มินามิโนะ น. 90)

เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เจมส์ จัสติน, แดเนี่ยล อมาร์ตีย์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, ลุค โธมัส – บูบาการี่ ซูมาเร่ (ยูรี ตีเลอมันส์ น. 61), เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ – มาร์ค อัลไบรท์ตัน, เจมส์ แมดดิสัน, อเดโมล่า ลุคแมน (ฮาร์วีย์ บาร์นส์ น. 79) – แพทสัน ดาก้า (เคเลชี่ อีเฮียนาโช่ น. 60)